สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ขอส่งข้อมูลสถานการณ์น้ำ ภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

สถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ขอส่งข้อมูลสถานการณ์น้ำ ภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เพื่อใช้ประกอบการติดตามเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง และส่งต่อข้อมูลให้กับสมาชิกหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ประกอบด้วย
พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ขณะนี้กำลัง อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว เคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่พื้นที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนจะสลายตัวเป็น “หย่อมความกดอากาศต่ำ” ปกคลุมไทยตอนบน ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณภาคอีสานตอนล่าง ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในวันที่ 8 และ 9 พ.ย. 68 ตามลำดับ โดยจะมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางส่วนใหญ่ การกระจายตัวดี มีตกหนักได้บางจุด เฝ้าระวังฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
1. คาดการณ์สภาพอากาศ (ช่วงวันที่ 4-10 พ.ย. 68)
– ในวันที่ 7–9 พ.ย. ภาคอีสานตอนล่าง มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่
– ในวันที่ 8-9 พ.ย. ภาคกลางและภาคเหนือโดยจะมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางส่วนใหญ่ การกระจายตัวดี มีตกหนักได้บางจุด เฝ้าระวังฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
– ในวันที่ 7–9 พ.ย. 68 ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน จะมีฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมแรงขึ้นในทะเลอันดามัน ควรใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ
– หลังวันที่ 10 พ.ย. 68 เป็นต้นไป จะเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังมีบางพื้นที่และมีอากาศเริ่มเย็นในตอนเช้า แต่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังคงเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 88% ของความจุเก็บกัก (71,298 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 81% (47,176 ล้าน ลบ.ม.)
การประเมินสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
– อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่ปริมาณน้ำเกิน Upper Rule Curve (URC) จำนวน 13 แห่ง : (1) ภูมิพล
จ.ตาก (2) สิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ (3) แม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ (4) กิ่วคอหมา จ.ลำปาง (5) แควน้อยบำรุงแดน จ .พิษณุโลก
(6) แม่มอกจ .ลำปาง(7) จุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ (8) อุบลรัตน์ จ .ขอนแก่น (9) ป่าสักชลสิทธิ์ จ.สระบุรี (10) ขุนด่านปราการชล
จ.นครนายก(11) บางพระ จ .ชลบุรี (12) หนองปลาไหล จ.ชลบุรี (13) นฤบดินทรจินดาจ .ปราจีนบุรี
– อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด จำนวน 1 แห่ง ภาคตะวันออก : คลองสียัด
– อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่ปริมาณน้ำต่ำกว่า lower Rule Curve)LRC) จำนวน 2 แห่งคือ (1) คลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา (2) บางลาง จ.ยะลา
– สถานการณ์ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา : ปริมาณน้ำในอ่าง 4 อ่างรวม 24,398 ล้าน ลบ.ม. (98%) ปริมาณน้ำใช้การ 17,702 ล้าน ลบ .ม. (97%)
📢📢📢 3. พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษและพื้นที่ประสบอุทกภัย 📢📢📢
⚠️‼️🚨พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ในระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤศจิกายน 2568 แยกเป็น
📍ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี
📍ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานีสกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี
📍ภาคกลาง จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ
📍ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
📍กรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง
🚨พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568
📍ภาคใต้ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) จังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ) จังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก) จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ) และจังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล อำเภอละงู อำเภอท่าแพ และอำเภอทุ่งหว้า)
📍เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 6 – 13 พ.ย. 68
พื้นที่ จ.สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม เฝ้าระวังน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นและอาจไหลเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ
– ⚠️‼️กรมชลประทาน แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปรับเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 2,700 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ดังนี้
1. คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)
2. วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
3. อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
4. อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
5. อำเภอไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง
6. ตำบลโพธิ์นางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
7. วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
8. อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
9. บ้านท่าทราย อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
10. ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
11. ตำบลเทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง
12. ตำบลตลาดกรวด ตำบลย่านซื่อ ตำบลบ้านแห ตำบลจำปาหล่อ ตำบลมหาดไทย ตำบลโพสะ
อำเภอเมือง, ตำบลบางจัก ตำบลสี่ร้อย ตำบลท่าช้าง ตำบลไผ่จำศีล ตำบลศาลเจ้าโรง อำเภอวิเศษชัยชาญ,
ตำบลโพธิ์รังนก ตำบลบ่อแร่ ตำบลบางระกำ และตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
13. ตำบลตลุก ตำบลหาดอาษา และตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
14. ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา, ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล, ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน และตำบลประตูชัย อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
15.อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
⚠️‼️ ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมรับการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มขึ้น
▶️ ขอให้โรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมป้องกันผลกระทบต่อการสัญจรและทรัพย์สิน
4. ข้อแนะนำสำหรับภาคอุตสาหกรรม
– ติดตามข้อมูลน้ำ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
– ตรวจสอบระบบระบายน้ำ และเตรียมเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้
– ฝึกซ้อมแผนอพยพและป้องกันน้ำท่วม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
– ประสานความร่วมมือ กับหน่วยงานรัฐ นิคมอุตสาหกรรม และชุมชนใกล้เคียง
ที่มา: สทนช., กรมชลประทาน, สสน., กรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย
Leave a comment